โลกประหลาด รูปแบบที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดาร์กเนส พุมบา โดย คิม แจ ดุก
โดย แคต รูกา
นักเต้นชาย 2 คนเปิด “ดาร์กเนส พุมบา” (Darkness Poomba) ของคิม แจ ดุก ด้วยการเต้นคู่ใต้แสงท็อปไลท์อันแรงกล้า ทั้งคู่เคลื่อนไหวด้วยท่าเต้นที่ออกแบบมาให้มีรูปร่างเป็นมุมสลับกันไปมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง มือเอื้อมไปคว้าหน้าของกันและกันด้วยท่าทางเหมือนเป็นเครื่องจักรกล ร่างกายยืนตัวแข็งหันหน้าตรง ชายหนุ่มที่ดูทันสมัยทั้งสองคนสร้างภาพลวงว่าเป็นคู่แฝดสยามฉบับหุ่นยนต์ แล้วนักเต้นอีก 5 คนในชุดสีดำดูทันสมัยก็เข้ามาร่วมเต้นในเครื่องจักรกลนี้ทันที ซึ่งยิ่งแผ่พลังงานแบบกอทิก (gothic) ที่ได้เกิดขึ้นแล้วให้ขยายออกไปอีก
ไฟส่องมาที่ร่างชายคนหนึ่งที่ยืนถือไมโครโฟนอยู่ระหว่างแถวที่นั่ง เราถูกดึงดูดให้มองและฟังชายผู้ทรงพลังคนนี้ แล้วเราก็โดนตราตรึงไว้ขณะที่เสียงร้องเพลง “พุมบา” (Poomba) ดนตรีดั้งเดิมของเกาหลี (เพลงที่ปราศจากเนื้อร้อง ขับร้องตามถนนและเชื่อมโยงกับการขอทานและงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ) เติมเต็มพื้นที่ และกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังและโหยหา เสียงที่ก้องกังวานไปมาทำให้รู้สึกว่าเราทุกคนกำลังอยู่ในอุโมงที่ลึกลับและเย็นยะเยือกสักแห่งที่อยู่ระหว่างภาพมายาและความเป็นจริง นักแสดงคนนั้นสามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้อย่างท่าทึ่ง และความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างเขาและนักเต้นบนเวทีก็ช่วยให้นักเต้นทุ่มเทตนเองให้กับพื้นที่อันมืดดำไม่สม่ำเสมอ ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
ต่อมาในการแสดง นักเต้นชายทั้งสองคนที่เปิดการแสดงนี้ก็เต้นกับถาดใส่อาหารโลหะ ทำให้โลกนามธรรมที่ได้ตั้งขึ้นแล้วมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ถาดอาหารได้กลายมาเป็นเครื่องดนตรีให้จังหวะ และยังเป็นหมวกและอุปกรณ์แทนเสื้อผ้า นักเต้นประกอบที่อยู่เบื้องหลังทำหน้าที่เป็นเงาประหลาดอีกชั้นหนึ่งที่แปลงร่างจากภาพหนึ่งไปอีกภาพหนึ่ง การแสดงเต้นชุดนี้แสดงออกอย่างคมชัดและเต็มไปด้วยพลังงานที่มั่นคง ราวกับนักเต้นค่อยๆ ดึงเอาจุดอ่อนอันมืดมิดของผลงานชิ้นนี้ออกมาด้วยความดุร้ายอย่างเงียบๆ
การแสดงเปลี่ยนไปเป็นคอนเสิร์ตร็อค
ความมืดมนของผลงานอันเข้มข้นชิ้นนี้อยู่ทั้งในแก่นของการแสดงและถูกทักทอไว้อย่างมีนัยยะอยู่บนพื้นผิวของการแสดง แม้เมื่อการแสดงเปลี่ยนไปเป็นคอนเสิร์ตร็อคและผู้ชมทั้งหมดก็ต่างปรบมือและร้องเพลงอย่างสนุกสนาน บรรยากาศหลอนๆ ก็ยังไม่จางหายไป จริงๆ แล้ว ในช่วงเวลา “เบาๆ” อย่างนี้ บรรยากาศแบบกอทิกกลับถูกเน้นให้เด่นชัดขึ้น แสดงให้เห็นวิธีการสร้างบรรยากาศอันชาญฉลาด ออร์แกนแบบงานศพและควันที่ปล่อยออกมาอยู่เรื่อยๆ ทั้งคอยล้อและก่อกวน
เมื่อนักออกแบบท่าเต้นและนักเต้น คิม แจ ดุก มาร่วมกับนักร้องที่อยุ่ในส่วนผู้ชม ร้องประกอบนักกีตาร์ไฟฟ้าซึ่งอยู่ที่ขอบเวทีแต่ละข้าง การร้องเพลง “พุมบา” แบบดั้งเดิมซึ่งมีจังหวะจะโคนก็ได้กลายมาเป็นเสียงโหยหวนในเพลงร็อค โดยมีกีตาร์
เป็นตัวเชื่อมด้วยเสียงก้องดังแบบโลหะ ผู้ชมก็ได้เปลี่ยนไปเช่นกัน จากผู้ชมละครเวทีไปเป็นฝูงชนที่มาฟังเพลงร็อคในสนามกีฬา
การใส่ในบริบทใหม่ที่ให้ความรู้สึกหลอน
เมื่อกลับมาที่การเต้นคู่ที่เปิดการแสดง นักเต้นทั้งสองคนแสดงท่าเต้นแบบหุ่นยนต์แฝดสยามฉบับที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ลงมาตามทางเดินไปยังเวที ช่วงนี้ทำหน้าที่เป็นจุดสูงสุดของผลงานอย่างฉลาด ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเหมือนการเล่นเวฟ เห็นได้ชัดเจนในเสียงร้องที่ระเบิดออกต่อเนื่องกันเป็นคลื่น หลังจากความตื่นเต้นจางไป คิม แจ ดุกก็แสดงความสามารถในการเล่นฮาร์โมนิกาเดี่ยวอย่างเชี่ยวชาญและอ่อนโยน นำพาเรากลับไปสู่ความแปลกประหลาดของตอนเปิดการแสดง ขณะที่เจ้าของผลงานวางเครื่องหมายอันละเอียดอ่อนชิ้นสุดท้ายลงไป การแสดงก็จบลง
ไม่มีประสาทสัมผัสใดที่ได้รับความสำคัญมากไปกว่ากันเลยเมื่อมาชม “พุมบา” ท่วงทำนองเพลงดั้งเดิมของเกาหลีใต้ซึ่งถูกจับมาใส่ในบริบทใหม่ที่ให้ความรู้สึกหลอน ๆ อย่างนี้ ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานข้ามสาขาวิชา (interdisciplinary) และมีหลายชั้นอย่างแท้จริง ผู้ชมได้ร่วมเดินทางไปในการท่องเที่ยวที่แปลกประหลาดและคาดไม่ถึง ผ่านอาณาจักรคอนเทมโพรารีแดนซ์ เพลงดั้งเดิม คอนเสิร์ตร็อคในสนามกีฬา และดนตรีแนวเร็กเก้ที่สนุกสนาน การแสดงอาจมีลักษณะดูขัดแย้งกันและแยกออกจากกัน แต่จริง ๆ แล้วมันปะติดปะต่อศิลปะการแสดงหลากหลายประเภทเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ดาร์กเนส พุมบา เป็นผลงานที่สามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของเราไปได้เรื่อย ๆ ก่อนที่เราจะทันสังเกต และโลกใหม่แต่ละโลกก็ทำหน้าที่วิจารณ์โลกที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
ดาร์กเนส พุมบา
นักออกแบบท่าเต้น, ผู้ประพันธ์ดนตรี, นักเต้น, นักดนตรี : คิม แจ ดุก
แคต รูกา
เป็นนักออกแบบท่าเต้นหน้าใหม่และศิลปินสาขาการแสดงจากออคแลนด์ นิวซีแลนด์ ปัจจุบัน เธอกำลังสนใจการวิจารณ์การเต้นและเป็นบรรณาธิการให้กับ เยลลิงเมาท์ (Yellingmouth) บล็อกวิจารณ์การเต้นในออคแลนด์











