ลี ซวี กยง
ลี ซวี กยงเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2510 เขาศึกษาบัลเลต์และคอนเทมโพรารีแดนซ์กับสลังงอร์ แอนด์ เคแอล กวางตุ้ง แอสโซซิเอชัน แดนเซอส์ (Selangor and KL Kwangtung Association Dancers) ในมาเลเซีย ต่อมาภายหลัง เขาก็ได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของคณะดังกล่าว ซวี กยงเรียนเป็นนักออกแบบภาพกราฟฟิกที่สถาบันศิลปะมาเลเซีย และได้ทำงานเป็นผู้ตกแต่งหน้าร้านให้กับร้านเสื้อผ้าหลากหลายยี่ห้อ การเต้นของลี ซวี กยงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผลงานของศิลปินบูโตคนแรกของมาเลเซีย ลีนา อัง ซึ่งเขาได้ร่วมงานด้วยมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 ซวี กยงเป็นผู้ก่อตั้ง นโยบา กัน (Nyoba Kan) คณะบูโตคณะเดียวของมาเลเซีย แต่เดิมคณะมีชื่อว่า นโย บา แอนด์ แดนเซอร์ (Nyo ba and Dancers) และทำงานร่วมกับอึง เมย อินซึ่งทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ซวี กยงออกแบบท่าเต้นเรื่องรี: นางพญางูขาว (Re: Lady White Snake) ร่วมกับมิว ชาง ซิง เป็นละครเล่านิทานเก่าแก่เกี่ยวกับความรักระหว่างมนุษย์และงูซึ่งมีชีวิตเป็นอมตะ กยงยังได้เต้นในจูเนียร์ ไวท์ (Junior White) ผลงานร่วมสมัยของชู ตี กวงเกี่ยวกับบทบาทของการศึกษาภาษาจีนในมาเลเซีย และในเคอร์ฟิว! (Curfew!) ของฌูดิมาร์ มงฟีล์เกี่ยวกับอิสรภาพและการกดขี่ เขาแสดงเป็น “มาดามเหมา” ในเรื่อง เดอะ ลาสต์ เอมเพรส (The Last Empress) ซึ่งผสมผสานการเต้นและละครเวทีเข้ากับบทพูดและการเคลื่อนไหว นอกจากนี้เขายังได้ออกแบบท่าเต้นให้กับละครเพลงเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของพระพุทธเจ้าเรื่องสิทธัตถะ (Siddharta, 2543) ซึ่งได้ออกเดินทางแสดงไปที่ประเทศแอฟริกาใต้ในปี พ.ศ. 2545 ด้วย
ในปี พ.ศ. 2544 ซวี กยงได้รับเชิญจากนอร์ทเวสต์ อเมริกัน เธียเตอร์ (Northwest American Theater) ในซีแอตเทิล (สหรัฐอมริกา) ให้ไปเข้าร่วมโครงการศิลปินนานาชาติ เขายังคงทดลองและศึกษาเพิ่มเติมต่อไป โดยไปแสดงในละครเวทีหลายเรื่องในท้องถิ่น นอกจากนี้ กยงยังเรียนโยคะและเป็นครูสอนโยคะที่ได้รับประกาศนียบัตรรับรองอีกด้วย
แถลงการณ์ศิลปิน
“ผมเกิดมาในครอบครัวที่ยึดถือขนบประเพณี ผมโดนสอนมาตามค่านิยมแบบจีน ผมพูดไม่ค่อยมากเลย การเต้นจึงช่วยให้ผมสื่อสิ่งที่ผมรู้สึกออกมาให้โลกเห็น การเต้นเติมผมให้เต็ม”
ลี ซวี กยง
ลักษณะเด่น
มากกว่าการแสดง : ลี ซวี กยงในฐานะนักออกแบบท่าเต้น
ซวี กยงเป็นนักแสดงที่ตรึงตาตรึงใจและชื่นชอบอะไรที่แหวกแนว แนวทางของเขานั้นประหลาด เข้าใจยาก และน่าตื่นเต้น แต่ลักษณะเฉพาะตัวเหล่านั้นก็ได้พาเขาไปแสดงบนเวทีทั้งในท้องถิ่นและนานาชาติ
เป็นที่รู้กันดีว่าซวี กยงมักนำเสนอด้านมืดของชีวิตและบ่อยครั้ง แก่นเรื่องในผลงานของเขามักจะมืดหม่น ผลงานของซวี กยงเป็นการระบายอารมณ์ออกมา และแสดงมุมมองต่อชีวิต ความตาย บาป ความทุกข์ทรมาน และจิตวิญญาณที่หายไป แต่ผลงานของเขาก็มักจะมีแสงสว่างและความหวังอยู่จางๆ เสมอ เขาเป็นศิลปินที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด และการเดินทางของเขาก็ทำให้เขาเป็นผู้ใหญ่ยิ่งขึ้นทั้งทางความคิดและการแสดงออก ผลงานช่วงหลัง ๆ มีลักษณะบางอย่างเกี่ยวกับการเริ่มต้นใหม่และความตระหนักรู้ในบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าแค่การแสดงของเขา นี่เป็นจุดกำเนิดของรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร
ผลงานการออกแบบท่าเต้นของซวี กยงได้รับอิทธิผลจากประสบการณ์ส่วนตัวของตนเองอย่างมาก และนำเสนออกมาในบริบทของสังคมมาเลเซีย-จีน ซวี กยงนำพาผู้ชมเข้ามาพิจารณาการมองโลกในแง่ลบและปมด้อยต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในมนุษย์ /โจเซฟ กอนซาเลส
ผลงานคัดสรร
เดอะ ลาสต์ เอ็มเพรส (2546)
คาร์เม็น (2545)
ชิคเกน ตอนที่ 1-9 (ตั้งแต่ 2542 เป็นต้นมา)
อฮอย! ไธ สปิริตส์ คัม (2540)
ไอ แอม อะ เชมเบอร์ พ็อต (2539)
ดูเรียน มีตส์ บานานา ทรี (2539)
คอฟฟิน ออฟ รีจูเวอเนชัน (2538)










