นาฏยศิลป์ทุกรูปแบบมีที่ทางของตนอยู่ในวงการนาฏยศิลป์มะนิลา
โดย โจแอล ฆาซินโต

การเต้นเป็นพลังอันแข็งแกร่งในวัฒนธรรมฟิลิปปินส์ กรุงมะนิลาเป็นที่ตั้งของคณะบัลเลต์ใหญ่ 2 คณะคือ บัลเลต์ฟิลิปปินส์ (Ballet Philippines) และฟิลิปปินส์ บัลเลต์ เธียเตอร์ (Philippines Ballet Theatre) มีคณะนาฏยศิลป์พื้นบ้านคณะใหญ่คณะหนึ่งคือ ราโมน โอบุซัน โฟล์กลอริก กรุ๊ป (Ramon Obusan Folkloric Group) และคณะนาฏยศิลป์พื้นบ้านแห่งชาติคือ บายานิฮัน เนชันแนล โฟล์ก แดนซ์ (Bayanihan National Folk Dance) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก คณะทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ กรุงมะนิลายังมีคณะบัลเลต์คณะใหญ่ซึ่งอาศัยเงินสนับสนุนจากเอกชน (บัลเลต์มะนิลา) และยังมีวงการเต้นอิสระที่มีชีวิตชีวาซึ่งเน้นแนวคอนเทมโพรารีมากกว่า คณะเล็ก ๆ เหล่านี้มักจะแสดงเป็นฤดูกาลจากห้องซ้อมของตนเอง

ไม่มีประเพณีนาฏยศิลป์ดั้งเดิมหรือนาฏยศิลป์ราชสำนัก

ในอดีต ฟิลิปปินส์เป็นประเทศอาณานิคม จึงไม่มีประเพณีนาฏยศิลป์ดั้งเดิมหรือนาฏยศิลป์ราชสำนักที่เข้มแข็งหรือเข้มงวด ในอดีต คนไม่ได้มองว่าการเต้นเป็นความบันเทิง การเต้นมีรากฐานมาจากพิธีกรรมและเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์การถูกยึดครองประเทศอันซับซ้อน สำหรับนักวิชาการด้านนาฏยศิลป์พื้นบ้าน สิ่งสำคัญลำดับแรกคือการอนุรักษ์และค้นหาการเต้นยุคก่อนประวัติศาสตร์และนำมาปฏิบัติ นักวิชาการเหล่านี้มีคณะนาฏยศิลป์พื้นบ้านเป็นของตัวเองและใช้นาฏยศิลป์เหล่านี้ในการแสดงของตนด้วย

งานศิลปะได้รับการสนับสนุนอย่างดีในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งก็เปิดโอกาสให้การออกแบบท่าเต้นเจริญเติบโตได้ นักออกแบบท่าเต้นหลายคนที่ทำงานอยู่ตลอดช่วงทศวรรศที่ 1970 – 1990 มีมุมมองชาตินิยมและตั้งเป้าหมายว่าจะสถาปนาอัตลักษณ์ของชาติผ่านการเต้น ทำให้สร้างสรรค์รายการเต้นขึ้นมาชุดหนึ่งซึ่งรวมทั้งบัลเลต์ โมเดิรน์แดนซ์ และละครนาฏยศิลป์ที่มีพื้นฐานมาจากระบำพื้นบ้านโดยมีแก่นเรื่องที่เป็นฟิลิปปินส์อย่างเด่นชัด แม้ว่าแต่เดิมบัลเลต์และโมเดิร์นแดนซ์จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่การเต้นทั้งสองประเภทก็มีที่อยู่ในวงการนาฏยศิลป์ของฟิลิปปินส์

เพื่อเข้าสังคมและการค้า

ในกรุงมะนิลามีโรงเรียนบัลเลต์หลายแห่งและมีอีกหลายแห่งกระจัดกระจายอยู่ตามจังหวัดที่เป็นเมืองหลักของหมู่เกาะอื่น ๆ ทั้งยังมีมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ (University of the Philippines) และเดอ ลาซาล คอลเลจ ออฟ เซนต์ เบนิลด์ (De la Salle College of St. Benilde) ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี สาขานาฏยศิลป์ศึกษา นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังมีการเต้นเพื่อการเข้าสังคมและการค้าอีกด้วย เช่น ลีลาศ สตรีตแดนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮิปฮอปและการเต้นแบบละครสัตว์ (circus dancing)

เวทีแนวทดลองสำหรับผลงานร่วมสมัย

ในฤดูกาลหนึ่ง ๆ คณะบัลเลต์ใหญ่ทั้ง 3 คณะมักจัดแสดงบัลเลต์ยุคคลาสสิคและโรแมนติกความยาวเต็มเรื่อง พร้อมกับการแสดงมหากาพย์ฟิลิปปินส์ความยาวเต็มเรื่องและคอนเทมโพรารีแดนซ์ คณะอิสระที่เล็กกว่ามักจะจัดแสดงผลงานที่ล้ำสมัยกว่า ผลงานของคณะเหล่านี้ถือว่าเป็น “ฟิลิปปินส์” เพียงในแง่ที่ว่าศิลปินและนักออกแบบท่าเต้นเหล่านี้มาจากประเทศฟิลิลปปินส์เท่านั้น คณะอิสระเหล่านี้เพิ่งเริ่มจัดตั้งเครือข่ายคอนเทมโพรารีแดนซ์ฟิลิปปินส์ขึ้นและจะมารวมตัวกันที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศฟิลิปปินส์ทุกปีในเทศกาลไว_ไฟบอดี้ (Wi_Fi Body Festival) เทศกาลดังกล่าวเป็นเทศกาลการเต้นอิสระซึ่งนำเสนอผลงานแนวทดลองมากกว่านาฏยศิลป์ดั้งเดิม นอกจากนี้ คณะเต้นหลายขนาดหลายสไตล์ก็ยังมารวมกันในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนศิลปะแห่งชาติ และวันนาฏยศิลป์นานาชาติ (the International Dance Day) ในเดือนเมษายนของทุกปีอีกด้วย
โจแอล ฆาซินโต
เป็นนักวิจารณ์การเต้นและนักวิชาการในประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ก่อตั้งร่วมและบรรณาธิการบริหารของรันทรู (Runthru) นิตยสารเกี่ยวกับการเต้นซึ่งออกทุก 3 เดือน