การศึกษาในเยอรมนี สะพานการศึกษาสู่มหาวิทยาลัยในเยอรมนี

การศึกษาในเยอรมนี
การศึกษาในเยอรมนี | Photo (detail): © zinkevych – Fotolia.com

ผู้จบการศึกษาระดับมัธยมปลายจากต่างประเทศมีโอกาสมากมายที่จะสานฝันศึกษาต่อในเยอรมนี พวกเขาต้องเตรียมตัวด้านภาษาและวิชาการอย่างไรบ้าง และผู้สอนในประเทศบ้านเกิดจะสามารถให้คำปรึกษาแก่นักเรียนได้อย่างไร

ผู้ที่ต้องการมาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในเยอรมนีต้องมีความรู้ภาษาเยอรมัน มหาวิทยาลัยกำหนดให้ผู้สมัครจากต่างประเทศแสดงหลักฐาน เช่น การสอบภาษาเพื่อศึกษาในมหาวิทยาลัย (DSH) หรือการทดสอบภาษาเยอรมันเป็นภาษาต่างประเทศ (TestDaF) ซึ่งนักเรียนสามารถสอบได้ทั้งในประเทศบ้านเกิด ที่โรงเรียนภาคฤดูร้อนหรือหลักสูตรภาษาในเยอรมนีก็ได้ และเพื่อให้ได้เป็น “ผู้มีสิทธิในการเข้าศึกษา” ผู้สมัครจะต้องมีความรู้ด้านวิชาเฉพาะและความรู้ด้านการทำงานที่จำเป็นด้วย

นักเรียนจากประเทศยุโรปสามารถแสดงหลักฐานโดยการยื่นประกาศนียบัตรผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยซึ่งเทียบเท่ากับ Abitur ของเยอรมันได้ แต่สำหรับผู้สมัครจากประเทศอื่นจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าเล็กน้อยคือ ต้องสมัครเรียนปรับพื้นฐานใน Studienkolleg ก่อนหรือเริ่มศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ประเทศของตนก่อนจะมีสิทธิ์เข้าเรียนต่อในสาขาเดียวกันในเยอรมนี

หนทางสู่มหาวิทยาลัยเยอรมัน

ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา นักเรียนที่จบมัธยมปลายซึ่งมีวุฒิการศึกษาไม่เทียบเท่ากับ Abitur ของเยอรมันสามารถเข้าเรียนต่อโดยตรงในมหาวิทยาลัยที่รัฐนอร์ธไรน์ เวสต์ฟาเลินได้ เนื่องจากรัฐนอร์ธไรน์เวสต์ฟาเลินมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายมหาวิทยาลัย
 
ฮันส์-โยอาคิม อัลท์เฮาส์ ผู้อำนวยการสถาบัน TestDaF-Institut และประธานสมาคมเพื่อการเตรียมตัวศึกษาต่อและการพัฒนาข้อสอบกล่าวว่า “การต้องเรียนในStudienkolleg ก่อนหรือต้องเริ่มศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ประเทศตนเองก่อนถือว่าใช้เวลาและเงินมากเมื่อเทียบกับระบบของอเมริกาหรืออังกฤษ ทำให้เราเสียเปรียบด้านศักยภาพการแข่งขันที่จะดึงนักศึกษาต่างชาติเข้ามา ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองแต่ระบบการศึกษาของประเทศต้นทาง แต่มองความสามารถและพรสวรรค์เฉพาะตัวของผู้สมัครดีกว่า” ฮันส์เชื่อมั่นว่ารัฐอื่นๆ ในเยอรมนีจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในทำนองเดียวกัน นอกจาก Abitur จากประเทศตนเองแล้ว ผู้สมัครที่ต้องการเข้าศึกษาต่อโดยตรงจะต้องทดสอบความสามารถทางการศึกษา เช่น Test für Ausländische Studierende (TestAS) และต้องเข้าร่วมปฐมนิเทศวิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัยด้วย
 

สะพานการศึกษาสู่เยอรมนี
 

มหาวิทยาลัย 5 แห่งได้เข้าร่วมโครงการของรัฐนอร์ธไรน์-เวสต์ฟาเลิน เพื่อพัฒนาโครงการนำร่องในการรับนักศึกษาตรง  นักเรียนที่จบมัธยมปลายจากทั่วโลก เช่น รัสเซียและยูเครนที่ต้องการมาศึกษาต่อในเยอรมนีโดยตรงสามารถเริ่มสมัครโครงการนี้ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เพื่อคัดเลือกผู้สมัครที่มีความสามารถและเตรียมพร้อมสำหรับการสอบเข้า สถาบันเกอเธ่ ณ กรุงมอสโคจึงพัฒนาโปรแกรม “สะพานการศึกษาสู่เยอรมนี” ในหลักสูตรภาษาและการเตรียมสอบ TestDaF นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำในการเรียน การอบรมระหว่างวัฒนธรรม การสอบ TestAS รวมถึงวิธีการเตรียมตัว โดยหลักสูตรส่วนใหญ่เปิดสอนในช่วงปิดเทอม
“มีผู้เรียนภาษาเยอรมันอย่างล้นหลามในรัสเซียและยูเครนที่สนใจไปศึกษาต่อในเยอรมนี แต่การเข้าเรียนต่อชั้นปริญญาตรีค่อนข้างยาก” อันเนอ เรนาเทอ เชินฮาเกิน ผู้อำนวยการแผนกภาษา สถาบันเกอเธ่ มอสโคและเป็นผู้ประสานงานโครงการสะพานการศึกษากล่าว

โครงการนี้เป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโบคุม ดุยส์บวร์ก เอสเซินและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งดอร์ทมุนท์ “นักเรียนและผู้ปกครองจะพิจารณาว่าภาษาต่างประเทศใดที่ช่วยให้มีโอกาสก้าวหน้าได้มากที่สุด เนื่องจากสะพานการศึกษาเป็นโครงการที่น่าสนใจและเสนอโอกาสในการศึกษาต่อในเยอรมนี จึงเป็นแรงจูงใจเพิ่มในการเรียนภาษาเยอรมัน” เชินฮาเกินกล่าว
 

การให้ข้อมูลครูต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องว่าครูในแต่ละประเทศต้องมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางการศึกษาต่อในเยอรมนีและสร้างแรงจูงใจ ครูจะต้องรู้ว่าเยอรมนีต้องการเปิดรับนักศึกษาต่างชาติ

ตัวอย่างเช่น ครูสามารถดูฐานข้อมูล anabin ซึ่งเป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศ เส้นทางการศึกษาต่อที่เปิดกว้างให้แก่นักเรียน นอกจากนั้น ครูยังต้องสามารถให้ข้อมูลแก่นักเรียนและผู้ปกครองได้ว่าเหตุใดการเรียนภาษาเยอรมันและการศึกษาต่อในเยอรมนีจึงคุ้มค่า มารีอา ฮอชิช เป็นผู้รับผิดชอบด้านการตลาดออนไลน์ที่องค์กรความร่วมมือด้านวิชาการ DAAD ในโครงการ “ศึกษาต่อในเยอรมนี ดินแดนแห่งไอเดีย” ฮอชิชรู้ว่าสิ่งสำคัญคือต้องทำให้วัยรุ่นสนใจด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในเยอรมนีตามจริง “และจะยิ่งดี หากครูทำให้เยอรมนีเป็นสิ่งที่ “สัมผัสได้”สำหรับนักเรียน และให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้วัฒนธรรมเยอรมันอย่างใกล้ชิดในห้องเรียน เราขอแนะนำให้นักเรียนได้เรียนกับภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกและใช้ข้อมูลของเยาวชนวัยเดียวกันที่อาจพบได้ในเว็บไซต์ บล็อก เฟซบุก และ YouTube ช่อง “Study in Germany” ฮอชิชกล่าว ด้าน DAAD เองมียังมีการจัดทำแผ่นพับข้อมูลมากมายสำหรับครูและมีสำนักงานให้ข้อมูลในแต่ละประเทศด้วย