การดำรงอยู่ของสถาบันฯ มิได้สะท้อนผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพียงเท่านั้น หากยังปรากฏอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2542 ถนนที่เคยมีชื่อว่า “ซอยอรรถการประสิทธิ์” ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “ซอยเกอเธ่” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีเกิดของโยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ (Johann Wolfgang von Goethe) นักปราชญ์ผู้ทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์ทางปัญญาของเยอรมนี ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแวดวงวรรณกรรม ปรัชญา และศิลปะ
สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ พร้อมร่วมค้นพบแง่มุมอันหลากหลายของภาษาและวัฒนธรรมเยอรมัน
ในปี พ.ศ. 2527 คาร์ล เดรเวส ได้ซื้อที่ดินบริเวณทุ่งมหาเมฆ โดยมีเจตนารมณ์ที่จะสร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและเยอรมนี โดยพื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยบ้านพักอาศัยเก่าแก่ ต่อมาได้มีการวางแผนก่อสร้างอาคารใหม่ที่สอดคล้องกับลักษณะสถาปัตยกรรมเดิม เดรเวสให้การสนับสนุนโครงการนี้ด้วยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย ซึ่งช่วยให้สถาบันเกอเธ่สามารถย้ายจากถนนพระอาทิตย์มายังอาคารที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะเพื่อการนี้
แม้คาร์ล แวร์เนอร์ เดรเวสจะถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2530 ก่อนที่อาคารใหม่จะแล้วเสร็จ แต่ผลงานและเจตนารมณ์ของเขายังคงดำรงอยู่ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เขาได้วางรากฐานไว้
ถวัลย์ ดัชนี ได้จัดแสดงผลงานเป็นครั้งแรกที่สถาบันเกอเธ่ในปี พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนางานศิลปะของท่าน ในขณะที่ผลงานของท่านได้รับทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สถาบันฯ ได้เปิดพื้นที่ให้จัดนิทรรศการใหญ่ครั้งแรกของท่าน และในเวลาต่อมาท่านได้รับเชิญให้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง ณ ปราสาทก็อตตอร์ฟ (Gottorf Castle) ประเทศเยอรมนี นับเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและเยอรมนีที่แนนแฟ้น
สถาบันเกอเธ่ยังเปิดสอนภาษาเยอรมันตลอดสัปดาห์ พร้อมจัดสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาในทุกระดับความรู้ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยในการจัดอบรมครูผู้สอน และจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ผสมผสานการเรียนรู้ภาษาเข้ากับการสัมผัสวัฒนธรรมเยอรมันอย่างลึกซึ้ง
สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในแวดวงศิลปะและวัฒนธรรมของไทย โดยส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทย เยอรมนี และยุโรป ผ่านการจัดกิจกรรม นิทรรศการ การผลิตผลงาน และการแลกเปลี่ยนศิลปินในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นศิลปะทัศนศิลป์ ดนตรี ภาพยนตร์ การเต้นรำ การละคร และวรรณกรรม
ห้องสมุดของสถาบันฯ เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดยเป็นพื้นที่ร่วมสมัยสำหรับการอ่านหนังสือ การศึกษา การรับชมภาพยนตร์เยอรมัน และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของห้องโถง โดยมีการติดตั้งแผงไม้ใหม่ ระบบไฟส่องสว่างระดับมืออาชีพ และฉากกั้นที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ การปรับปรุงดังกล่าวช่วยให้สามารถใช้งานพื้นที่ได้หลากหลายรูปแบบ โดยยังคงรักษาความงามทางสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างครบถ้วน พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม และยังคงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
