ปุ่มลัด:

ไปที่เนื้อหาโดยตรง(Alt 1) ข้ามไปยังเนวิเกชั่นหลัก (Alt 2)
Logo Goethe-Institut

ประเทศไทย

บทสัมภาษณ์ยูดิท แฮร์มันน์
“ฉันรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า”

ตอนนี้ยูดิท แฮร์มันน์ออกหนังสือใหม่ชื่อ Daheim (Home) ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลงานหนังสือ Leipzig ในบทสัมภาษณ์ เธอพูดถึงการประสบความสำเร็จเร็ว วิกฤติครั้งใหญ่ และการสูบบุหรี่

Von Wolfgang Schütz

คุณแฮร์มันน์ หนังสือเล่มใหม่เปิดเรื่องได้น่าประหลาดใจมาก ยี่สิบหน้าแรกเป็นเรื่องสั้นที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วเมื่อสองสามปีที่แล้ว ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ยังมีอะไรค้างคาใจเหรอครับ

ยูดิท แฮร์มันน์: เขียนเรื่องสั้นแล้วต่อให้เป็นนิยายเป็นกระบวนการอย่างหนึ่ง ใช่ค่ะ หลังจากเขียนเรื่อง “Falle” (Trap) จบ ฉันรู้ว่าอาจจะเขียนเป็นแค่เรื่องสั้นตามปกติธรรมดาก็ได้ แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าอยากเขียนเรื่องตามมาให้มันต่างออกไป ฉันอยากรู้ว่าตัวละครที่ค่อนข้างเย็นชานี้จะเป็นอย่างไรต่อ ถ้าเธอไม่ไปสิงคโปร์ เธอจะทำอะไร แล้วจากที่นั่นเธอจะไปที่ไหน นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากเขียน

ยูดิท แฮร์มันน์: “ฉันมองหาอะไรที่เป็นอภิปรัชญา”

คุณเว้นระยะระหว่างหนังสือค่อนข้างยาว แต่พออ่านแล้ว จะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไม ดูเหมือนว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องราวที่สร้างไว้ล่วงหน้าให้สมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เหมือนว่าคุณเริ่มสร้างความสมจริงที่ภาษาแล้วดูว่าจะพาคุณไปทางไหน ยากนะที่จะนึกให้ออกว่าเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ทำกันได้ทุกวัน ดูเหมือนว่าคุณจะต้องหลบเข้าไปอยู่ในที่ปลอดภัยและเข้าสู่ห้วงเวลาที่คุณตั้งคำถามเกี่ยวกับทุกเรื่อง ทุกสิ่งอันใช่ไหม คุณต้องรวบรวมความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอีกครั้งใช่ไหม

แฮร์มันน์: ขอบคุณสำหรับวลีดี ๆ นี้ ฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะ ฉันรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า เพียงเพราะคุณเคยเขียนหนังสือมาแล้วไม่ได้หมายความว่าคุณจะเขียนได้ หนังสือทุกเล่มเริ่มต้นจากศูนย์ ย้อนกลับไปนับหนึ่งใหม่ กระดาษสีขาวว่างเปล่าเสมอ เปรียบเหมือนความขาวของมันจ้องมาที่ฉันอย่างแปลกใจทุกครั้ง หนังสือแต่ละเล่มฉันเรียนรู้อะไรบางอย่าง – และสูญเสียอะไรบางอย่างไป เป็นเกมที่เสมอตัว ฉันเริ่มต้นใหม่หมดทุกครั้ง ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องราวที่สร้างไว้ล่วงหน้า และฉันดีใจที่คุณรู้สึกว่าฉันชอบใช้ภาษาเพื่อสร้างความเป็นจริงมากกว่า ฉันกำลังมองหาอะไรที่เป็นอภิปรัชญาที่น้ำเสียงเหมาะกับปีและเวลาที่ฉันอยากจะลองเขียนอีกครั้ง

ในส่วนการเล่าเรื่องของคุณ มีความตึงเครียดที่เขียนออกมาเป็นสิ่งที่คุณกำลังอธิบายอยู่ไม่ค่อยได้ เกือบเหมือนเป็นความหวาดระแวง ราวกับว่าเราต้องเตรียมพร้อมว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความตาย ความสุข หรือแม้แต่ความสยดสยอง หรือนี่คือผลที่ตั้งใจให้เกิด ในฐานะที่คุณใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งบรรยาย บางที ณ จุดหนึ่ง เมื่อเรามองเข้าไปใกล้ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว มันน่าทึ่งมากว่าจริง ๆ แล้วเราเรียกศรัทธาอะไรในชีวิตได้จริงหรือเปล่า

แฮร์มันน์: สำหรับฉัน นี่เกือบเป็นเหมือนความรู้สึกว่า การมีชีวิตเป็นยังไง – ความคิดที่ว่าต้องเตรียมพร้อมรับทุกอย่างทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่มาวิ่งชนหรือสิ่งที่สวยงาม ฉันมักจะหวังว่า ฉันจะได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสงบสุขกว่านี้ ในแบบที่ฉันจะ "วางใจกับชีวิต" ได้ แต่ลำบากมากที่จะทำแบบนั้นได้  และแน่นอน มันเหนื่อย อย่างไรก็ตาม ในอีกทางหนึ่ง มันยังทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ งวดในระดับหนึ่ง จนอาจเกิดช่วงเวลาที่น่ามหัศจรรย์ขึ้นจากสิ่งที่อาจเล็กน้อยที่สุดและไม่สำคัญที่สุด บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดระแวงที่คุณถามถึงในงานของฉัน

ยูดิท แฮร์มันน์: เธอเคยสูบบุหรี่เวลาเขียนหนังสือ เธอยังสูบอยู่ไหม

ในช่วงเปิดเรื่องที่ย้อนถึงอดีต ผู้เล่าเรื่องสรรพนามบุรษที่หนึ่งของคุณทำงานในโรงงานยาสูบ และเธอเองสูบบุหรี่จัดมาก ตอนที่เราพบเธออีกครั้ง เกือบสามสิบปีให้หลัง เธอเลิกบุหรี่แล้วและอยู่ในหมู่บ้านริมทะเล แล้วคุณล่ะ คุณเคยบอกว่าคุณเขียนโดยไม่สูบบุหรี่ไม่ได้...

แฮร์มันน์: ฉันเลิกบุหรี่เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว...อย่างคิดหนักเลย ฉันสูบบุหรี่ระหว่างเขียนหนังสือสองเล่มแรก ตั้งแต่ Alice ฉันนั่งที่โต๊ะ มีน้ำชา แอปเปิล และกำยานญี่ปุ่น ฉันชอบบุหรี่ และยังคงคิดถึงการสูบบุหรี่ ฉันคิดว่าคุณกำจัดมันออกไปไม่ได้หรอก มันฝังแน่นอยู่ในตัวคุณ แน่นอน ท้ายที่สุดฉันดีใจที่เลิกสูบแล้ว บุหรี่หายไปจากเนื้อเรื่องของหนังสือสามเล่ม และตอนนี้กลับเข้ามาใน Daheim ตัวละครบางตัวหลงใหลการสูบบุหรี่จัด ฉันให้พวกเขาทำได้เพราะฉันพาตัวเองออกจากเส้นทางอันตรายได้แล้ว

Sommerhaus, später: “การประสบความสำเร็จเร็วเป็นทั้งโชคดีและโชคร้าย”

คุณอายุ 27 ตอนที่มีรูปคุณในโปสเตอร์ในฐานะสาวน้อยมหัศจรรย์ Fräuleinwunder  ในวงการวรรณกรรมเยอรมันตอนที่เปิดตัวชุดเรื่องสั้น Sommerhaus, später (Summer House, Later) จริง ๆ แล้วผ่านสถานการณ์นั้นมาได้ยังไง

แฮร์มันน์: Big words, อะไรนะคะ สาวน้อยมหัศจรรย์เหรอ – ทุกวันนี้คุณหนีไม่พ้นหรอก คนในโปสเตอร์และวงการวรรณกรรมเยอรมัน ฉันไม่ได้ใส่ใจนักหรอก ซึ่งเป็นวิธีปกป้องตัวเองของฉัน ป่วยการที่จะบอกว่า เรื่องนั้นทำแผนฉันเสียหมดแต่ก็ช่วยให้ฉันรักษาระยะห่างและการควบคุมตัวเองได้ดีนะ การประสบความสำเร็จเร็วเป็นทั้งโชคดีและโชคร้ายพร้อมกัน และยังเป็นหลักการสำคัญในการเขียนของฉันจนวันนี้

หนังสือเล่มใหม่ของคุณตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นจริงอย่างเช่นในเรื่อง “Daheim” (Home) เราต้องมีรากไหม เรารู้ได้ยังไงว่าเราเป็นใคร เราเชื่อความทรงจำที่เราสร้างตัวตนของเราขึ้นมาได้ไหม ตัวละครแต่ละตัวต่างหาคำตอบ แล้วยังมีข้อสังเกตของผู้เล่าเรื่องอีกว่าส่วนใหญ่เราล้มเหลว เว้นแต่จะเป็นอย่างที่เธอพูดว่าเราหาดวงอาทิตย์ให้เราหมุนรอบเป็นดาวบริวารได้

แฮร์มันน์: ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่เธอพูด คนเราล้มเหลวเกือบตลอดเวลา แต่น้ำเสียงของเธอสงบเวลาพูดแบบนั้น และความล้มเหลวนี้จะปูไปสู่เส้นทางใหม่และความเป็นไปได้ที่ไม่คิดมาก่อน ทุกความล้มเหลว คุณสูญเสียอะไรบางอย่างไป และจะได้สิ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงมาทดแทน บางอย่างที่จะไม่เกิดขึ้นกับคุณถ้าคุณไม่ล้มเหลว ตัวละครในหนังสือเล่มนี้ค่อย ๆ ยอมรับว่า ตัวเองจะไม่บรรลุความต้องการและความปรารถนา  มันขมขื่นปนเศร้านะ แต่พวกเขาก็ยังยอมรับอยู่ดี และพวกเขาไม่หนีไปไหน ชีวิตพวกเขาถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลาง ศูนย์กลางของตัวละครที่เล่าเรื่องคือลูกและสามี และศูนย์กลางเหล่านี้เปลี่ยนไม่ได้ แต่พวกเขายังพบปะกับคนอื่น ๆ และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันซึ่งอ่อนโยน ชุบชูใจ และน่าพอใจ

“ความรู้สึกผิดในใจ เพราะโควิดไม่ได้เปลี่ยนชีวิตประจำวันฉันนัก”

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับความโดดเดี่ยวในโลกสมัยใหม่และวิธีการที่เราจะอยู่กับมันหรือหลีกหนีมันหรือเปล่า

แฮร์มันน์: บางทีนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่หนังสือพูดถึง หนังสือเล่มนี้มีมิติเดียวตอนที่ฉันเขียน แต่เมื่ออ่าน มันมีชีวิตขึ้นมา มีคนเข้าใจ ไม่เข้าใจ ตีความ แบ่งประเภท และทำให้มีชีวิตชีวา อาจจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับความโดดเดี่ยวที่มีอยู่ตอนนี้ แม้ว่าฉันไม่ได้คิดถึงคำนี้ตอนที่ฉันเขียน

คุณรู้สึกยังไงที่ต้องใช้เวลา Daheim อยู่บ้านเยอะเลยเพราะโควิด

แฮร์มันน์: ฉันมักรู้สึกผิดเพราะโควิดไม่ได้เปลี่ยนแง่มุมในชีวิตประจำวันฉันนัก ฉันอยู่ “บ้าน” เยอะมาก อยู่คนเดียวเยอะมาก เขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ไปเดินเล่นไกล ๆ คุยกับตัวเอง ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนนัก แน่นอนว่านั่นไม่จริง ฉันคิดถึงพ่อแม่ ครอบครัว การได้เจอผู้คน สัมผัส โอบกอด การฉลอง อาหารมื้อใหญ่ ตอนบ่ายที่โรงหนัง ไปโรงละคร เดินทาง รถรางที่มีคนเต็มขบวน และงานเลี้ยงใหญ่ ๆ ความรู้สึกไม่กังวล ชีวิตเรียบง่าย เป็นสิ่งที่เราทุกคนคิดถึง

แม้ว่าคุณจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับคนในยุคที่เราอยู่อย่างสมจริงมาก ๆ อีกครั้ง ไม่มีใครคิดหรือเรียกหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นวรรณกรรมสะท้อนสังคม มีแค่เพื่อนบ้านของตัวละครเล่าเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่หนึ่งคนเดียวที่พูดถึงประเด็นอย่างสิ่งแวดล้อมและวิกฤติสภาพภูมิอากาศ และบทสนทนานั้นก็หายไปทันที คุณจงใจหลีกเลี่ยงการให้ค่ากับภาพใหญ่หรือมันละลายไปเพราะไปเน้นที่ปัจเจก

แฮร์มันน์: ฉันมองมันอย่างที่น้องชายของตัวละครเล่าเรื่องพูด นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอามาพูด เขาพูดว่า การตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ทำให้เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของคุณ แต่การพูดถึงไม่ช่วยเปลี่ยนอะไร ฉันเข้าใจประเด็นนี้ ถึงแม้ว่า ฉันอยากให้ตัวละครพูดกันถึงประเด็นสำคัญนี้ ฉันอยากวางพวกเขาในสถานการณ์ในเวลาและพื้นที่ที่ชัดเจน พวกเขาอยู่ที่นี่ พวกเขาอยู่ในหมู่พวกเรา และเหมือนเราทุก ๆ คน พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา พวกเขามีส่วนสร้างวิกฤติเหมือนเรา

“ตอนนั้นฉันก็ไม่อยู่แล้ว และโลกจะทำสงครามแย่งน้ำกัน”

คุณเองใช้ชีวิตอย่างไร ในฐานะแม่ด้วย เมื่อยุคนี้ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติใหญ่ วิกฤติปัจจุบัน รวมถึงวิกฤติที่จะมาถึงในไม่ช้าด้วย

แฮร์มันน์: อืม... ฉันอยู่อย่างไร ฉันนับปี แล้วก็นับอายุลูกชาย และกว่าเขาจะโตเท่าฉันตอนนี้ ฉันเดาว่าฉันคงไม่อยู่แล้ว และโลกคงจะทำสงครามแย่งน้ำกัน ฉันจะอยู่ในโลกนั้นได้ยังไง นึกไม่ออกเลย และดูเหมือนจะเกิดขึ้น ฉันฟังลูกชายกับเพื่อน เขาคุยเรื่องพวกนี้บ่อย ๆ และบางทีพวกเขาอาจจะทำสิ่งที่ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้สำเร็จเพราะฉันอายุมากแล้ว บางทีพวกเขาอาจจะเปลี่ยนโลกที่เรายกให้พวกเขาโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด

หนังสือคุณได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลงานหนังสือ Leipzig แต่แม้ว่าคุณมองว่าคุณเป็น “หนึ่งในนักเขียนเยอรมันร่วมสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” คุณไม่เคยได้รับรางวัลนี้ หรือรางวัลหนังสือ German เลย นี่จะเป็นอะไรพิเศษสำหรับคุณหรือเปล่า

แฮร์มันน์: ปฏิกิริยาต่อหนังสือของฉันมักจะตึงเครียดและบางทีสับสน บางครั้งรุนแรง ฉันดีใจมาก ๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อ มันช่วยให้หนังสือเริ่มต้นอย่างอบอุ่นและได้รับการต้อนรับอย่างดี หนังสือเล่มนี้ออกสู่โลกอย่างสงบมาก ๆ สำหรับฉัน